แม่น้ำเจ้าพระยา หนทางแก้อีสานแล้ง#1 การก่อสร้างท่อขนส่งน้ำ (Water Pipeline Construction)
ผู้เขียนเชื่อว่า ” แม่น้ำเจ้าพระยา ” แม่น้ำของแผ่นดินไทยเป็นหนทางเดียวที่ให้น้ำแบบยั่งยืนและเร็วที่สุดแก่แผ่นดินอีสาน ยังสามารถนำน้ำไปพื้นที่ๆอยู่นอกเขตชลประทาน สร้างท่อให้วิ่งแตกแขนงครอบคลุมทั่วอีสาน ในทางกลับกัน ท่อขนส่งน้ำเหล่านี้ยังช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อีกด้วย โดยการนำน้ำจากบริเวณน้ำท่วมไประบายทิ้งที่อื่น Lukas Graham – 7 Years Once I was seven years old my momma told me Go make yourself some friends or you’ll be lonely Once I was seven years old ตอนที่ฉัน 7 ขวบ แม่ฉันเคยบอกว่า “หาเพื่อนให้ได้บ้างนะ ไม่งั้นลูกจะเหงา” ในตอนที่ฉันอายุ 7 ขวบ การขนส่งทางท่อ (Pipeline transportation) มักเป็นการขนส่งสิ่งของประเภทของเหลวและก๊าซ […]
โครงการลำเลียงน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกของจีน (South–North Water Transfer Project)
ประเทศจีนเป็นประเทศที่ค่อนข้างอุดมไปด้วยน้ำ ซึ่งความพร้อมของน้ำจืดต่อคนมีมากกว่าสองเท่าของเกณฑ์สากลสำหรับประเทศที่ขาดแคลนน้ำ อย่างไรก็ตามการกระจายตัวของแหล่งน้ำตามธรรมชาติเป็นปัญหาหลักของประเทศจีน แหล่งน้ำส่วนใหญ่ของจีนส่วนใหญ่อยู่ทางภาคใต้ คิดเป็น 81% ของแหล่งน้ำทั้งหมดในประเทศ ในขณะที่ภาคเหนือของจีนประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ ดังนั้นการถ่ายโอนน้ำระหว่างลุ่มน้ำ (inter-basin water transfer) จึงเป็นวิธีสำคัญในการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำของจีน โครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือ (South–North Water Transfer Project; SNWT) เป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการน้ำที่มีความทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เคยมีมาของโลก 4 ใน 5 แหล่งน้ำของประเทศจีนอยู่ทางตอนใต้ซึ่งมีจำนวนประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศอาศัยอยู่ แต่ในภาคเหนือมีปัญหาการขาดแคลนน้ำ โครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือของประเทศจีนมีความซับซ้อนมาก จนรัฐบาลจีนต้องจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อพัฒนาโครงการ แนวคิดของโครงการคือ เป็นการลำเลียงน้ำที่เชื่อมโยงแม่น้ำสี่สายที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในภาคใต้ ไปยังภูมิภาคของภาคเหนือ ผ่านทางท่อ (pipelines), คลอง (canals) และอุโมงค์ (tunnels) รวมระยะทาง 2,400 กิโลเมตร และมีมูลค่าโครงการรวม 63,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.12 ล้านล้านบาท) ทำให้เป็นโครงการวิศวกรรมที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ Chris Brown – Autumn Leaves (Explicit) ft. Kendrick […]
กำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล#7 ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ตอนที่ 2 Einstein’s Thought Experiments
แต่เมื่อวัตถุมีขนาดเล็กกว่าอะตอมหรือมีความเร็วที่สูงใกล้เคียงกับความเร็วแสง กลศาสตร์ดั้งเดิม (Classical Mechanics) จะมีความถูกต้องน้อยลง ต้องใช้กลศาสตร์ควอนตัม (Quantum Mechanics) ในการศึกษาแทน เพื่อให้มีความถูกต้องในการคำนวณสูงขึ้น โดยกลศาสตร์ควอนตัมจะเหมาะสมที่จะศึกษาการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งได้ถูกปรับแต่งให้เข้ากับลักษณะของอะตอมในส่วนของความเป็นคลื่น-อนุภาคในอะตอมและโมเลกุล แต่เมื่อกลศาสตร์ทั้งสองไม่สามารถใช้ได้ จากกรณีที่วัตถุขนาดเล็กเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ทฤษฎีสนามควอนตัม (Quantum Field Theory) จึงเป็นตัวเลือกที่นำมาใช้ในการคำนวณแทนกลศาสตร์ทั้งสอง ไอแซค นิวตัน (Isaac Newton) เป็นคนแรกที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงและความเร่ง การศึกษาความสัมพันธ์นี้เรียกว่า กลศาสตร์ของนิวตัน (Newtonian mechanics) ซึ่งกลศาสตร์นิวตันไม่สามารถใช้ได้สำหรับทุกสถานการณ์ และมีแค่ 3 มิติ ไม่มีมิติของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีความสัมพันธ์กันระหว่างเหตุการณ์ที่ 1 และเหตุการณ์ที่ 2 เมื่อ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) พัฒนาทฤษฎีสัมพัทธภาพเมื่อต้นปี 1900 ทำให้เกิดการปฏิวัติความเข้าใจใหม่ในเรื่องของอวกาศและเวลา (space-time) ในสมัยก่อน นิวตันมอง space-time ถูกตรึงอยู่กับที่ แต่ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (Theory of special relativity; […]
กำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล#6 ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ตอนที่ 1 Ether, Space-Time, Reference Frame
ความแตกต่างระหว่างฟิสิกส์คลาสสิก (Classical physics) กับ ฟิสิกส์สมัยใหม่ (Modern physics) โดยทั่วไปฟิสิกส์คลาสสิก (Classical physics) เกิดขึ้นก่อนศตวรรษที่ 20 มักเกี่ยวข้องกับสสารและพลังงานที่มองเห็นได้ ใหญ่กว่าอะตอม โมเลกุล อิเล็กตรอน และนิวคลีไอ และเคลื่อนที่ช้ากว่าความเร็วแสง มีความแม่นยำในการอธิบายในขนาดมองเห็นได้ ซึ่งส่วนใหญ่อธิบายด้วย Newton’s laws ฟิสิกส์สมัยใหม่ (Modern physics) ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของสสารและพลังงานภายใต้สภาวะที่สุดขั้ว หรือกับวัตถุที่มีขนาดใหญ่มากหรือเล็กมาก atomic and subatomic scales ยกตัวอย่างเช่น ด้านฟิสิกส์อะตอม (Atomic physics) ซึ่งเป็นการศึกษาโครงสร้างของอะตอม (นิวเคลียสและอิเล็กตรอน) และด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ (์Nuclear physics) ซึ่งเป็นการศึกษาในระดับที่เล็กที่สุด คือการศึกษาคุณสมบัติของนิวเคลียสและกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียสที่เรียกว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ (นิวเคลียส ประกอบด้วยอนุภาคมูลฐานคือ โปรตอน (proton) และนิวตรอน (neutron)) สาขาฟิสิกส์นิวเคลียร์นี้เป็นฟิสิกส์พลังงานสูง เนื่องจากให้พลังงานที่สูงมากที่จำเป็นในการผลิตอนุภาคหลายชนิดในเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ ทฤษฎีหลักของฟิสิกส์สมัยใหม่มีอยู่ 2 ทฤษฎี นำเสนอภาพแนวคิดเรื่องอวกาศเวลาและสสารที่แตกต่างไปจากฟิสิกส์คลาสสิค […]
คำเตือนของสตีเฟน ฮอว์คิง#3 การพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยอาจเป็นสาเหตุของจุดจบมนุษยชาติ
ความแตกต่างระหว่างดาวเคราะห์น้อย (Asteroid), สะเก็ดดาว (Meteoroid), ดาวตก (Meteor), อุกกาบาต (Meteorite) และดาวหาง (Comet) ดาวเคราะห์น้อย (Asteroid หรือ Minor planet) ดาวเคราะห์น้อย (Asteriod) คือ หินอวกาศขนาดเล็กซึ่งรวมอยู่ด้วยกันจำนวนหลายพันล้านก้อนในระบบสุริยะและโคจรรอบดวงอาทิตย์ เรียกบริเวณที่ดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่โคจรอยู่ว่า “แถบดาวเคราะห์น้อย (asteroid belt)” ซึ่งอยู่ระหว่างวงโคจรดาวอังคาร (Mars) และดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ดาวเคราะห์น้อยถูกสันนิษฐานว่าก่อตัวพร้อมๆกับดาวเคราะห์ทั้งหลาย (planets) ในระบบสุริยะจักรวาลเมื่อ 4,600 ล้านปีที่ผ่านมา ดาวเคราะห์น้อยจึงเปรียบเสมือนฟอสซิลของระบบสุริยะ พวกมันคือวัตถุที่ไม่สามารถรวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ได้ระหว่างการก่อกำเนิดระบบสุริยะ เนื่องจากถูกรบกวนโดยแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดาวพฤหัสบดีซึ่งอยู่ใกล้เคียง สภาพของมันจึงไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ระบบสุริยะกำเนิดขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์จึงศึกษาอุกกาบาตเพื่อเรียนรู้สิ่งที่ระบบสุริยะจักรวาลเคยเป็นมาก่อน ศูนย์อวกาศจอห์นสันของนาซ่า (NASA’s Johnson Space Center) ได้รวบรวมอุกกาบาตมาจากสถานที่ต่างๆทั่วโลก ที่นี้ทำหน้าที่เป็นห้องสมุดอุกกาบาตสำหรับนักวิทยาศาสตร์ การศึกษาอุกกาบาตประเภทต่างๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ และส่วนอื่นๆ ของระบบสุริยะของเรา quora.com ปัจจุบันมีดาวเคราะห์น้อยที่องค์การนาซ่านับได้จำนวน 930,768 […]
มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์#2 โปรแกรมสุขภาพโลก
นิโคลาส คริสตอฟ (Nicholas Kristof) นักข่าวชาวอเมริกันเจ้าของสองรางวัลพูลิตเซอร์ ได้ลงบทความในหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทม์ส “สำหรับโลกที่สาม น้ำยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้ตายได้” เมื่อปี 1997 ครั้งหนึ่งเมื่อคริสตอฟทำงานที่อินเดีย เขาถามผู้หญิงคนหนึ่งถึงสถานที่ๆเขาจะสามารถปัสสาวะได้ เธอชี้ไปที่รางน้ำที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำดื่ม คริสตอฟช็อคเป็นอย่างมาก จากจุดนี้เองที่ทำให้เขาเริ่มศึกษาหาข้อมูลและพบว่า ในแต่ละปีมีเด็กกว่าสามล้านคนเสียชีวิตเนื่องจากโรคท้องร่วง โดยมีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สุดของการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ คริสตอฟตระหนักว่า พวกเราส่วนใหญ่ในอเมริกาไม่เคยรู้เลยว่ามีที่อื่นๆในโลกนี้ที่มีคนเสียลูกไปหลายล้านคน สาเหตุเพราะท้องเสีย มันช่างน่ากลัวจริงๆ! และมันสมควรได้ขึ้นหน้าแรกของหนังสือพิมพ์! เมื่อถามถึงเรื่องนี้อีก 20 ปีต่อมา คริสตอฟพูดถึงเรื่องนี้ว่า “บทความนี้ถูกลืมไปอย่างรวดเร็วยกเว้นผู้อ่านสำคัญสองคนในเมืองซีแอตเทิล” nytimes.com บิลและเมลินดา เกตส์ อ่านบทความนี้เช่นกัน บทความในหนังสือพิมพ์ที่เด็กหลายล้านคนในประเทศยากจนเสียชีวิตด้วยโรคที่ถูกกำจัดไปนานแล้วในสหรัฐอเมริกาที่เขาทั้งสองได้อ่านในปี 1990 เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่นำพวกเขาไปสู่การก่อตั้งมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ (Bill & Melinda Gates Foundation) ในปี 1994 ตั้งแต่นั้นมาวัคซีนได้กลายเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของมูลนิธิ การตระหนักว่าเด็กๆในประเทศที่พัฒนาแล้วสามารถเข้าถึงวัคซีน ในขณะที่เด็กๆในประเทศกำลังพัฒนากำลังจะตายเพราะขาดวัดซีน เป็นสิ่งกระตุ้นให้มูลนิธิลงทุนในเรื่องนี้ จากเว็บไซต์ของมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ เป้าหมายหลักของมูลนิธิคือ เพื่อ “ลดความไม่เท่าเทียมและปรับปรุงชีวิตของคนทั่วโลก” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ มูลนิธิจึงมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นหลัก […]
กำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล#5 โนเบลสำหรับไอน์สไตน์ผู้ไขปริศนาปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก
วิทยาการทางฟิสิกส์ถูกแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ “ฟิสิกส์ดั้งเดิมหรือฟิสิกส์คลาสสิก (Classical physics)” และ ฟิสิกส์ยุคใหม่ “(Modern physics)” หลักการและทฤษฎีต่างๆทางฟิสิกส์ที่พบก่อนศตวรรษที่ 20 ถูกจัดเป็น “ฟิสิกส์คลาสสิก (Classical physics)” ประกอบกับวิธีการทางคณิตศาสตร์โดยไอแซก นิวตัน เป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งนักปรัชญาธรรมชาติคนอื่นที่อยู่ร่วมสมัยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ได้แก่ ทฤษฎีทางดาราศาสตร์ของโยฮันเนส เคปเลอร์ และการศึกษาในการเคลื่อนที่ต่างๆที่อยู่บนโลกของกาลิเลโอ สิ่งรอบกายในชีวิตประจำวันของเราล้วนเป็นสสารที่ประกอบไปด้วย โมเลกุล อะตอม นิวเคลียส และอิเล็กตรอน โดยทั่วไปฟิสิกส์คลาสสิก มักเกี่ยวข้องกับสสารและพลังงานในขนาดสเกลที่มองเห็นได้ อันได้แก่ การเคลื่อนที่อธิบายได้ด้วย “กลศาสตร์คลาสสิก (Classical mechanics)” ความร้อนและพลังงานอธิบายได้ด้วย “อุณหพลศาสตร์ (Thermodynamics)” แม่เหล็กและไฟฟ้าอธิบายได้ด้วย “ทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetics)” สำหรับฟิสิกส์คลาสสิก “อนุภาค” และ “คลื่น” ถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจน ระหว่างปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่เล่นไปตามกฎของฟิสิกส์คลาสสิก การสังเกตเชิงทดลองหลายอย่างเริ่มท้าทายฟิสิกส์คลาสสิก […]
กำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล#4 กฎลูกกระสูนปืนใหญ่ของนิวตันและวงโคจรของดาวเทียม
ไอแซก นิวตัน ได้ใช้กฎความโน้มถ่วงสากล (Newton’s law of universal gravitation) อธิบายกฎข้อแรกการเคลื่อนที่ข้อแรกของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์ (Kepler’s first law of planetary motion) ถึงสาเหตุที่ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี นอกจากนี้นิวตันยังได้ขยายกฎข้อนี้อีก เขาพบว่าวงโคจรของวัตถุในอวกาศไม่ได้เป็นเพียงรูปวงรีเท่านั้น สมการของนิวตันให้วงโคจรที่เป็นไปได้อีกหลายแบบต่อไปนี้ slideplayer.com วงโคจรแบบปิดหรือแบบถูกยึดไว้ (Closed orbits or Bound orbits) ความเร็วของวัตถุจะน้อยกว่าความเร็วหลุดพ้นเสมอ เมื่อวัตถุเคลื่อนที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์และจะกลับมาเสมอ วงโคจรแบบปิดมี 2 แบบคือ วงโคจรแบบวงกลม (circular orbit) : ในความเป็นจริงไม่มีวัตถุในอวกาศที่มีวงโคจรเป็นวงกลมสมบูรณ์แบบ เนื่องจากวัตถุทุกตัวได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของวัตถุที่อยู่ข้างเคียง เห็นได้จากดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราที่มีวงโคจรแบบวงรี อย่างไรก็ตามมีวัตถุขนาดเล็ก เช่น ดาวเทียมที่โคจรไปตามเส้นศูนย์สูตรของโลกด้วยความเร็วคงจะมีวงโคจรเป็นรูปวงกลมที่สมบูรณ์แบบ วงโคจรแบบวงรี (elliptical orbit) : วงโคจรของดาวเคราะห์ทุกดวงเป็นรูปวงรี แต่จริงๆแล้ววงโคจรเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีค่าความความเอียงของวงโคจรน้อยมากจะดูเกือบเป็นวงกลม ยกเว้นวงโคจรของดาวพุธและวงโคจรของดาวพลูโตซึ่งไม่ถูกนับว่าเป็นดาวเคราะห์แล้ว จะมีค่าความเอียงของวงโคจรมากจนดูเป็นวงรีชัดเจน วงโคจรแบบเปิดหรือแบบหลุดพ้น (Open orbits or […]
กำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล#3 ความสัมพันธ์ระหว่างกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์กับกฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตัน
ไอแซก นิวตัน (Isaac Newton; 1641-1725) เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษและ “นักปรัชญาธรรมชาติ” ในยุคนั้นเขามีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ทำให้มีความก้าวหน้าด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติอย่างมาก คำว่า “นิวโตเนียน (Newtonian)” ถูกใช้โดยคนรุ่นต่อๆมาเพื่ออธิบายถึงองค์ความรู้จากทฤษฎีของไอแซค นิวตัน ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักวิชาการผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ในช่วงสามศตวรรษต่อมา นิวตันได้เขียนหนังสือ “Mathematical Principles of Natural Philosophy” (หลักการทางคณิตศาสตร์ของปรัชญาธรรมชาติ) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1687 อันเป็นรากฐานสำหรับกลศาสตร์ดั้งเดิมหรือกลศาสตร์คลาสสิก (classical mechanics) ในนั้นเขาได้ประกาศกฎการเคลื่อนที่สามข้อ (Newton’s laws of motion) และกฎความโน้มถ่วงสากล (Newton’s law of universal gravitation) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 โยฮันเนส เคปเลอร์ (Johannes Kepler) นักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันได้ตีพิมพ์กฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ (Kepler’s laws of planetary motion) ซึ่งบรรยายการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ด้วยสมการคณิตศาสตร์ที่ใช้ข้อมูลการสังเกตุการณ์มาวิเคราะห์ แต่เคปเลอร์ไม่ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ดาวเคราะห์เคลื่อนที่อย่างนั้น แปดสิบปีต่อมา ไอแซก นิวตัน เป็นผู้มาอธิบาย […]
กำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล#2 กฎการเคลื่อนที่และกฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตัน
เราทราบกันดีแล้วว่า เซอร์ไอแซก นิวตัน (Isaac Newton; 1641 – 1725 ) เป็นผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกจากการที่ผลแอปเปิ้ลตกลงมาขณะเขานั่งใต้ต้นแอปเปิ้ล นิวตันเป็นทั้งนักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา และนักเล่นแร่แปรธาตุชาวอังกฤษ ในปี 1687 นิวตันได้ตีพิมพ์หนังสือ “Mathematical Principles of Natural Philosophy” หนึ่งในหนังสือที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน (Newton’s law of motion) และกฎความโน้มถ่วงสากลของนิวตัน (Newton‘s law of universal gravitation) นิวตันแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆบนโลกและในจักรวาลล้วนอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติชนิดเดียวกัน โดยแสดงให้เห็นความสอดคล้องระหว่างทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของเขากับกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์ ซึ่งช่วยยืนยันแนวคิดดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาล และทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างมากในการศึกษาจักรวาลวิทยา (cosmology) Florence + The Machine – No Light, No Light กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน (Newton‘s laws of […]